พ.ศ. 2438   "เจ้าเมืองแหง"ถูกกล่าวหาว่าก่อการกบฏ

 

 

            จากหลักฐานทางราชการสมัยรัชกาลที่ ๕ ระบุว่า  "พญาดำรงราชสีมา"เจ้าเมืองปาย จว.แม่ฮ่องสอน กล่าวหาว่า"แสนธาณินทร์พิทักษ์" เจ้าเมืองแหง ก่อการกบฏ โดยนำกำลังทหารจาก"เจ้าฟ้าเมืองนาย" รัฐฉาน พม่า จะมารบเมืองปาย(อ.ปาย)และพระยาทรงสุรเดช ข้าหลวงใหญ่รักษาราชการมณฑลลาวเฉียง(ล้านนาไทย)ซึ่งมีที่ทำการอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่ ได้ประชุมพร้อมกับเจ้าหลวงผู้ครองนครเชียงใหม่และเจ้านาย ๖ ตำแหน่ง โดยสั่งการให้นายน้อยบัววงษ์ ตำแห่น่งที่ ๒(รอง)กรมมหาดไทยนครเชียงใหม่ นำกำลังทหารออกไปปราบปรามยัง อ.เวียงแหง โดยเจ้าเมืองแหง ได้ขนย้ายราษฎรไปตั้งหลักที่กิ่วก่อ หรือช่องหลักแต่ง ในปัจจุบัน นายน้อยบัววงษ์ประชุมทัพที่"ข่วงสิงห์"แล้วเดินทางด้วยช้าง ม้า ทหารเดินเท้ามุ่งตรงไปยัง อ.ปาย แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ"อ.เวียงแหง" กองกำลังทหารเดินทางไปตามสายน้ำแม่ริม มาพักนอนที่วัดหมู่บ้านหนองปลามัน ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม, วัดบ้านสบเปิง ต.สบเปิง อ.แม่แตง พร้อมกับเรียกตัวแคว่นใจ(กำนันใจ)แห่ง ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง มาสอบปากคำได้ความว่า "ขุนทอน"ลูกเขย ของเจ้าเมืองแหง เดินทางมาจากเมืองแหงผ่านเมืองคอง ผ่านเมืองกื้ด มานอนที่บ้านช้าง แล้วจะเดินทางไปเชียงใหม่ แต่ครั้นถึงหมู่บ้านแม่ขะจาน ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง ก็ทราบข่าวว่าเจ้าเชียงใหม่ นำกำลังทหารจะไปปราบปราม "เวียงแหง" ดังนั้นจึงรีบกลับเวียงแหงเพื่อแจ้งข่าวให้เจ้าเมืองแหงเตรียมการรับสถานการณ์คับขัน  เมื่อสอบสวนปากคำเสร็จแล้วนายน้อยบัววงษ์ จึงเคลื่อนกำลังไปที่ เมืองปาย สอบปากคำข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้ามืองปายและไต่สวน ผู้ต้องหาที่จับได้ ๓ คนพร้อมกับให้พลนำสารเดินทางไปยังเมืองแหงเพื่อแจ้งให้เจ้าเมืองแหงนำราษฎรที่หนีไปตั้งหลักที่ช่องหลักแต่ง ให้กลับคืนบ้านเรือนของตนโดยเร็ว รวมทั้งสั่งให้เจ้าเมืองแหงเดินทางมาต้อนรับที่"เมืองน้อย"ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นกับ "เมืองแหง" แต่เจ้าเมืองแหงไม่ยอมมาที่"เมืองน้อย"แต่กับส่งลูกน้องระดับรอง เดินทางไปต้อนรับเจ้าน้อยบัววงษ์ ที่เมืองน้อย เมื่อกำลังทหารของเจ้าน้อยบัววงษ์เดินทางถึงเมืองแหง จึงให้นายทหารคนสำัคัญ ถือสารไปยังช่องหลักแต่ง(กิ่วก่อ)เจรจาให้เจ้าเมืองแหง พาราษฎรกลับมายังเมืองแหง โดยมีหลักประกันว่าจะไม่เอาโทษทัณฑ์  แสนธาณินทร์พิทักษเจ้าเมืองแหงซึ่งอยู่ในวัยชรา  จึงพาราษฎรกลับคืนเมืองแหง และเจ้าน้อยบัววงษ์ได้พาตัวเจ้าเมืองแหงมายังเมืองเชียงใหม เมื่อเจ้านาย ๖ ตำแหน่งไต่สวนและให้่ดื่มน้ำสาบาน แล้วเดินทางกลับคืนเป็นเจ้าเมืองแหง ดังเดิม
         
          
 จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัย ร.๕  ณ ช่องหลักแต่ง อ.เวียงแหง มีความสำคัญ และแสนธาณินทร์พิทักษ์เจ้าเมืองแหง ก็ใช้เป็นที่ตั้งมั่น เพื่อตั้งรับกับการโจมตีจากกองกำลังทหารนครเชียงใหมที่่ส่งมาปราบปราม เมื่อ ๑๑๑ ปีก่อน

       
หมายเหตุ อ่านรายละเอียดได้ที่ "หมายเหตุจากเมืองแหง"

          

               เอกสารอ้างอิง      กองจดหมายเหตุแห่งชาติ รหัส ร.5  ม. 58/163  เมืองแหงวิวาทเมืองปาย ร..114