"เชิญชม ภาพถ่ายดาวเทียม เมืองโบราณ "เมืองกื้ด" "เมืองคอง" "เมืองแหง" "เมืองนาย" "ท่าผาแดง".....ที่ MENU แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม..ภาพถ่ายทางอากาศ.สายน้ำแม่แตง.ที่ MENU ประมวลภาพ.............. 

หน้าแรก
วัตถุประสงค์
พระราชประวัติ
การสงคราม
มุมมองชาวต่างชาต
ประเด็นพื้นที่สวรรคต
เมืองไทยหรือพม่า
หลักฐานเมืองแหง
หลักฐานเมืองหาง

นานาทัศนะ

               งานวิจัยเส้นทางเดินทัพ
                                                         
                                           *************

ชื่อโครงการวิจัย

         
การศึกษาเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ เชียงใหม่-เมืองกื้ด-เมืองคอง-เมืองแหง-เมืองนาย(พม่า)

วัตถุประสงค์

          เพื่อศึกษาหาร่องรอยหลักฐานของเส้นทางการเดินทัพ และการค้าขายสมัยโบราณ


พื้นที่วิจัย


          ลุ่มน้ำแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร ในพื้นที่บางส่วนของ อ.แม่แตง อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่


หน่วยงานสนับสนุนการวิจัย

            สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

หัวหน้าโครงการวิจัย
           
            ชัยยง  ไชยศรี

อำนวยการวิจัยโดย

         มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่


  
**** บทคัดย่อ ****

การวิจัย เรื่อง “การศึกษาเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ: เชียงใหม่  เมืองกื้ด เมืองคอง เมืองแหง เมืองนาย (พม่า)

ป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาร่องรอย หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสงครามและการค้าขายสมัยโบราณ ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ.๒๑๐๑ -๒๔๘๖ ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แตง ระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเปียงหลวง ตำบลแสนไห และตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว  ตำบลกื้ดช้าง ตำบลบ้านช้าง และตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ การศึกษาเอกสาร การเดินสำรวจภาคสนาม การสังเกต และการสัมภาษณ์ ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้

๑. พบร่องรอย หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสงครามตั้งแต่สมัยพม่าปกครองเมืองเชียงใหม่  ถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  ดังนี้ ที่ตั้งวัดร่ำเปิง(ร้าง)และที่ตั้งวัดแม่ขะจาน(เดิม)ซึ่งถูกกองทัพพม่าจุดไฟเผา บริเวณที่ตั้งค่ายทหารพม่า  ห้วยกุ๊บกั๊บ  ห้วยม่านลอย  หอก ดาบโบราณ ผาตั๊พม่าน พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่งที่ชาวเมืองแหงนำไปฝังดินเพื่อหลบซ่อนทหารพม่า พระมาลาที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บ่อน้ำช้างศึก ทุ่งดอนแก้ว พระธาตุแสนไห บ้านช้าง บ้านเมืองกื้ด บ้านน้ำดาบ ช่องทางหลักแต่ง ด่านตรวจประจำเส้นทางสู่เมืองแหง ที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่น สุสานทหารญี่ปุ่น หลุมทิ้งระเบิดใกล้ค่ายทหารไทยหน่วยก่อสร้างเส้นทางยุทธศาสตร์ตามสายแม่น้ำแตงเพื่อไปยังประเทศพม่า สภาพเส้นทางยุทธศาสตร์เดิมที่ขุดด้วยจอบ สนามเพลาะทหารญี่ปุ่นและบริเวณพื้นที่เครื่องบินรบของฝ่ายสัมพันธมิตรตก

     ๒. พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการค้า โดยพบร่องทางเดินของวัวต่าง ช่วงระยะทางระหว่างเมืองกื้ดกับเมืองคอง บริเวณท่าข้ามแม่น้ำแตง หมู่บ้านสบก๋าย และบริเวณท่าข้ามห้วยแม่กอก หมู่บ้านป่าข้าวหลาม ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนพบภาชนะเครื่องปั้นดินเผาและเหรียญเงินตราโบราณ   

การพบร่องรอยหลักฐานทั้งด้านการสงครามและการค้า ตลอดจนประจักษ์พยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ และพ่อค้าวัวต่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ยืนยันได้ถึงความสำคัญและความมีอยู่จริงของเส้นทางตามสายน้ำแม่แตงแห่งนี้ ซึ่งเป็นทั้งเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ

      เส้นทางประวัติศาสตร์สายนี้ ควรได้รับการสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นรูปธรรม จากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อดำเนินการให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงประวัติศาสตร์ ที่สำคัญสายหนึ่งของชาติ
ไทย.
 

Abstract

 

The research with the title “The study of troops and trade transportation ways between Chiang Mai, Mueang Kuet, Mueang Khong, Mueang Haeng and Mueang Nai (Burma)” is based on a qualitative research with the objective of finding traces giving evidence regarding warfare and trade in ancient times, namely the time between 2101 and 2486 (Buddhist Era).The research area is the Taeng river basin (Mae Naam Taeng) on a length of approximately 135km. It includes parts of the regions of Tambon Piang Luang, Tambon Saen Hai, and Tambon Mueang Haeng, situated in the Amphoe Wiang Haeng, Tambon Muenag Khong in Amphoe Chiang Dao, Tambon Kuet Chang, Tambon Baan Chang and Tambon Khi Lek in Amphoe Mae Taeng, Jangwat Chiang Mai. Techniques used in this research include literature review, field research, (participating) observation and interviews. The results of the research are summarized as follows:

1. Hints giving evidence regarding the conduct of warfare from the time Burma governed Chiang Mai until WWII were found at the site of Wat Ram Poeng (ruins) and the site of Wat Mae Kha Jaan, which were burned down by the Burmese army. Around the ruins of the chedi there is an area where the Burmese troops built up some barracks. At the Huai (stream) Kub Kab, the Huai Man Loi and the Pha Thap Maan (cliff), a Buddha statue, which was a work of art from Chiang Saen (Singh Nueng), was buried by the people of Muenag Haeng in order to hide it from the Burmese army. Further a crown, which the people believe to be the crown of his majesty King Naresuan the Great. Another site of interest is the area around Bo Naam Chaang Suek and Thung Doon Kaeuw, the Phra That Saen Hai stupa, Baan Chaang, Baan Mueang Kuet and Baan Naam Daab; the checkpoint of the troops on the way to Mueang Haeng, where Japanese barracks and graveyards were erected. There is a crater from an explosion near the barracks. Thai troops built up a strategically important post near the river Mae Naam Taeng in order to cross the river and get into Burmese territory. There are hints regarding the original condition of this post that have been built with hoes and about Japanese trenches. In this area there is also a wreck of an allied combat plane.

2. Evidence regarding trade movements includes a trade way used by caravans between Mueang Kuet and Mueang Khong, a port for ships crossing the Mae Taeng near Muu Baan Sob Koi and a place to cross the Huay Mae Kok near Muu Baan Pbaa Khaao Luam, in Tambon Kuet Chaang, Amphoe Mae Taeng, Jangwat Chiang Mai. Furthermore, a terracotta vessel and a coin were found.

            The traces of evidence regarding both warfare and trade that were found so far have been confirmed during several interviews. These included an interview with an eye witness of WWII and several merchants. They confirmed the importance and the evidence of the Mae Taeng River being a major route of both troops and trade in former times.

The research of this historical route needs support, encouragement and further development in order to form a complete picture. Public and private organizations should help in order to make it a place of great importance for both Thai history and eco-tourism.

 

สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

 

                จากการวิจัยพบร่องรอยหลักฐานเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ โดยมีข้อมูลเรียงลำดับจากเมืองเชียงใหม่ ผ่านอำเภอแม่ริม เข้าเขตอำเภอแม่แตง ทวนสายน้ำห้วยแม่ขะจาน     ไปถึงเมืองกื้ด ทวนสายน้ำแม่แตง ผ่านเมืองคอง ถึงเมืองแหง จนสุดชายแดนไทย-พม่า ที่ช่องทางหลักแต่ง ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่  และได้พบข้อมูล ด้าน
       ๑. เส้นทางเดินทัพ  โดยพบที่ตั้งวัดร่ำเปิง(ร้าง)และที่ตั้งวัดแม่ขะจาน(เดิม)ซึ่งถูกกองทัพพม่าจุดไฟเผา บริเวณที่ตั้งค่ายทหารพม่า  ห้วยกุ๊บกั๊บ  ห้วยม่านลอย หอก ดาบโบราณ  ผาตั๊พม่าน พระพุทธรูปศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่งที่ชาวเมืองแหงนำไปฝังดินเพื่อหลบซ่อนทหารพม่า พระมาลาที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระมาลาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บ่อน้ำช้างศึก ทุ่งดอนแก้ว พระธาตุแสนไห บ้านช้าง บ้านเมืองกื้ด บ้านน้ำดาบ ช่องทางหลักแต่ง ด่านตรวจประจำเส้นทางสู่เมืองแหง ที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่น สุสานทหารญี่ปุ่น หลุมทิ้งระเบิดใกล้ค่ายทหารไทยหน่วยก่อสร้างเส้นทางยุทธศาสตร์ตามสายแม่น้ำแตงเพื่อไปยังประเทศพม่า สภาพเส้นทางยุทธศาสตร์เดิมที่ขุดด้วยจอบ สนามเพลาะทหารญี่ปุ่นและบริเวณพื้นที่เครื่องบินรบของฝ่ายสัมพันธมิตรตก
        ๒. เส้นทางการค้า โดยพบร่องทางเดินของวัวต่าง ช่วงระยะทางระหว่างเมืองกื้ดกับเมืองคอง บริเวณท่าข้ามแม่น้ำแตง หมู่บ้านสบก๋าย และบริเวณท่าข้ามห้วยแม่กอก หมู่บ้านป่าข้าวหลาม ตำบลกื้ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนพบภาชนะเครื่องปั้นดินเผาและเหรียญเงินตราโบราณ               

                ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปคือ เส้นทางตามสายน้ำแม่แตง เป็นเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ โดยมีหลักฐานทางด้านเอกสารทั้งของไทย พม่าและล้านนารวมทั้งหลักฐานทางด้านโบราณคดี  ซึ่งประกอบด้วยโบราณสถาน และโบราณวัตถุตลอดจนประจักษ์พยานบุคคล ผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือเคยใช้เส้นทางสายนี้มาก่อน

                จากหลักฐานดังกล่าวนำมาไตร่ตรองพิเคราะห์แล้ว พบว่าเส้นทางสายนี้มีความสำคัญในยุคสมัยราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๑๘๓๙ ถึงปีพุทธศักราช ๒๑๐๑  และต่อเนื่องมาถึงยุคสมัยพม่าปกครองนครเชียงใหม่ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๑๐๑ ถึงปีพุทธศักราช ๒๓๑๗ ตราบตลอดมาจนถึงยุคสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพราะปรากฏหลักฐานทางล้านนา บันทึกไว้ว่า พญามังราย องค์ผู้สร้างนครเชียงใหม่และผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา ทรงเนรเทศ    พระราชโอรส พระนามว่า “ขุนเครือ” ไปปกครอง “เมืองนาย” ซึ่งเป็นหัวเมืองไทใหญ่ ดังนั้น “เมืองนาย” จึงมีฐานะเป็นเมืองลูกของนครเชียงใหม่และความสัมพันธ์ของเมืองทั้งสอง จึงเป็นไปในทำนองฉันท์พ่อกับลูก ตลอดช่วงระยะเวลาของราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา กว่า ๒๕๐ ปี ตราบจนถึงช่วงระยะสุดท้ายของราชวงศ์มังรายก็บังเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเพราะเหตุว่ากษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ว่างลง อีกทั้งในราชสำนักนครเชียงใหม่ และหัวเมืองใกล้เคียงก็ไม่มีผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์มังราย ครั้งนั้นเหล่าพสกนิกรจึงเดินทางรอนแรมไปยัง “เมืองนาย” เพื่อกราบทูลเชิญผู้สืบเชื้อสาย “ขุนเครือ” แห่งราชวงศ์มังรายกลับมายังนครเชียงใหม่ และราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ทรงพระนามว่า พระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ ซึ่งกาลต่อมา พระองค์ถูกพระเจ้าบุเรงนอง ยกกองทัพบุกโจมตีและนครเชียงใหม่ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้าบุเรงนองนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  โดยหลักฐานของล้านนา ระบุว่ากองทัพของพระเจ้าบุเรงนองเคลื่อนกำลังพลมายึดครองนครเชียงใหม่ ได้สำเร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๑๐๑ ครั้งนั้นกองทัพของพระองค์ทรงใช้เส้นทางสายนี้เพราะว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดระหว่างเมืองนายกับนครเชียงใหม่ประกอบกับ “เมืองนาย”มีพิกัดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของนครเชียงใหม่เป็นระยะทางประมาณ ๓๕๐ กิโลเมตรหรือเทียบได้กับครึ่งหนึ่งของระยะทางระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ กับกรุงเทพมหานคร  อีกทั้งยังพบหลักฐานของราชการสมัยรัชกาลที่ ๓ ระบุซ้ำ อีกว่าเส้นทางจากเมืองนายมายังนครเชียงใหม่มี ๕ เส้นทาง แต่พม่ากลัวเส้นทางสายเมืองนาย ผ่านเมืองปั่นข้ามแม่น้ำสาละวิน ณ ท่าผาแดง ตรงไปเมืองแหง  ถึงนครเชียงใหม่ มากที่สุด เพราะว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด เป็นเส้นทางใหญ่และเดินง่าย พม่ากลัวว่ากองทัพนครเชียงใหม่จะเคลื่อนกำลังพลเข้าบุกโจมตีพม่าทางด้านนี้ ดังนั้นพม่าจึงจัดตั้งกองทหารประจำการ ณ ฝั่งแม่น้ำสาละวิน ที่ “ ท่าผาแดง” พร้อมกับสั่งการให้ทหารลาดตระเวนตลอดเวลา

                   ประการสำคัญจะสังเกตเห็นว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ในยุคร่วมสมัยเดียวกันกับพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.๒๑๒๔  หลังจากนั้นอีก ๑๑ ปีต่อมา ซึ่งตรงกับ พ.ศ.๒๑๓๕ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี  ฟันพระมหาอุปราชาซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์บนคอช้างและศึกครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.๒๑๔๘ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกรีฑาทัพทหารจำนวน หนึ่งแสนคนเพื่อยึดคืน “เมืองนาย” และบุกโจมตีเมืองอังวะซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของพม่า ในขณะนั้น โดยพระองค์เดินทัพผ่านทางนครเชียงใหม่  มุ่งหน้าไปยัง “เมืองนาย”ซึ่งเป็นเมือง “ลูก”ของนครเชียงใหม่ และในขณะนั้น “เมืองนาย” ได้ถูกกองทัพพระเจ้าอังวะเข้ารุกรานและยึดครอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกริ้วจึงเคลื่อนกำลังพล เพื่อบุกโจมตียึดคืน  “เมืองนาย”  และจะเคลื่อนทัพต่อไปเพื่อโจมตี เมืองอังวะ แต่ครั้งนั้นพระองค์ทรงประชวรกระทันหันและเสด็จสวรรคตเสียก่อนขณะกำลังเดินทัพ ภายในพระราชอาณาเขตระหว่างนครเชียงใหม่ กับ แม่น้ำสาละวินโดยมุ่งหน้าไปยัง “เมืองนาย” ซึ่งหลักฐานทางฝ่ายพม่า บันทึกว่าพระองค์ ทรงสวรรคตโดยเร็วพลัน ณ “ เมืองแหน” แขวงเมืองเชียงใหม่ และเมื่อพิจารณาจากเอกสารข้อมูลใหม่พื้นที่สวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว๘๐  “เมืองแหน” ในภาษาพม่า เป็นเมืองเดียวกับ  “เมืองแหง”หรืออำเภอเวียงแหงในภาษาไทย รวมทั้งเอกสารหลักฐานทางล้านนา จดหมายเหตุนครเชียงใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นตลอดจนหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น ด้านโบราณคดี ด้านภูมิศาสตร์ ภาพถ่ายจากดาวเทียมและหลักฐานเชิงประจักษ์ต่างสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน  ดังนั้นจึงพิเคราะห์สรุปได้ว่าเส้นทางโบราณตามสายน้ำแม่แตง จากนครเชียงใหม่ ผ่านเมืองกื้ด เมืองคอง เมืองแหง  เมืองทา ข้ามแม่น้ำสาละวินที่ ท่าผาแดง เมืองปั่น ถึงเมืองนาย (พม่า) เป็นเส้นทางการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   มหาราชองค์กอบกู้ เอกราชให้ชาติไทย.

 

 

ประมวลภาพเส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์(ITV)

 

แผนที่เส้นทางเดินทัพและค้าขายสมัยโบราณ
เชียงใหม่-เมืองกื้ด-เมืองคอง-เมืองแหง-เมืองนาย
(พม่า)


พญามังรายทรงปรึกษากับพระสหายเพื่อสร้างเมืองเชียงใหม่
(พระร่วงแห่งสุโขทัยและพญางำเมืองแห่งพะเยา
พ.ศ.๑๘๓๙)


วัดพระธาตุดอยจอมแจ้ง ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จุดสังเกต
ทางภูมิศาสตร์ ประตูสู่พม่า



ลำห้วยแม่ขะจาน (บ้านร่ำเปิง ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง)
สายน้ำต้นทางสู่พม่า


วัดร่ำเปิง(เก่า)ซึ่งถูกพม่าเผาเมื่อ ๒๐๐ ปีก่อน
ปัจจุบันเป็นที่ตั้งตู้ยามตำรวจร่ำเปิง ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง


วัดร่ำเปิง(ปัจจุบัน)ย้ายจากจุดเดิมขึ้นไปตามลำห้วยแม่ขะจาน
ประมาณ ๓๐๐ เมตร


สุสานทหารญี่ปุ่น :
สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ บริเวณประตูสู่พม่าแห่งนี้

เป็นที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่นเพื่อควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ และใกล้กับที่ตั้งค่ายมี"สุสานทหารญี่ปุ่น"และ"สุสานทหารสัมพันธมิตร"
ฝังศพทหารอยู่ติดกันแต่คนละแถว

พ่อหนานประพันธุ์  อุ่นใจ  หมู่บ้านรำ่เปิง ผู้เห็นเหตุการณ์



วัดแม่ขะจาน(ปัจจุบัน) อยู่ด้านเหนือวัดแม่ขะจานเดิม
ซึ่งถูกพม่าเผาเมื่อ ๒๐๐ ปีก่อน เนื่องจากเป็นประตูสู่พม่า
ในยามสงครามชาวบ้านย่านนี้จึงถูกทหารพม่าข่มขี่ รังแกอาทิเผายุ้งข้าวทำให้ปีนั้นชาวบ้านประสบอดอยากแร้นแค้น ไม่มีข้าวหุงกินฯลฯชาวบ้านบางส่วนจึงอพยพโยกย้าย
ไปอยู่ที่ อ.เวียงป่าเป้า เชียงราย และตั้งชื่อชุมชนใหม่
ณ ที่นั้นว่า "บ้านแม่ขะจาน"ตามชื่อเดิมที่จากมา

"เมืองกื้ด"(ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง) กับเรื่องราวต้นโพธิ์
พระนเรศวร ณ วัดเมืองกื้ด ความว่า..ครั้งสมัยเมื่อพระนเรศวรยกทัพมาเชียงใหม่จะไปตีเมืองอังวะ ได้พักแรมทัพที่เมืองกื้ดและทรงศรัทธาสมภารเจ้าวัดจึงสร้างเสนาสนะถวายพร้อมกับทรงปลูกต้นโพธิื ๑ ต้นหลังพระวิหาร ส่วนสมภารปลูกต้นโพธิื ๑ ต้นที่หน้าวัด...


สภาพพระวิหารหลังเก่าที่ทรุดโทรมก่อนบูรณะ



เมืองกื้ด-สายน้ำแม่แตง


"ผาทัพม่าน"แห่งน้ำแม่แตงยุทธภูมิเพื่อมาตุภูมิ



"ผาทัพม่าน" วีรกรรมทหาญกล้าที่ท้าทายกาลเวลา

"ผาทัพม่าน"หรือผาทัพพม่า สมรภูมิโหดระหว่าง
ทัพเชียงใหมกับทัพพม่า ริมฝั่งน้ำแม่แตงก่อนถึงเชียงใหม่เหลือระยะทาง ๒ วันเดินเท้า



"ลำห้วยแม่กอก"สายน้ำหล่อเลี้ยงเมืองโบราณ
"แม่เติมปูนตา"
ที่หายสาบสูญท่ามกลางการเกิดขึ้นมาใหม่ของ"หมู่บ้านกะเหรี่ยงป่าข้าวหลาม"ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง


"ผานมนาง"ผาประวัติศาสตร์บอกเล่าเรื่องราว
จากชนรุ่นหนึ่งสู่ชนรุ่นหนึ่งบนเส้นทางช่วง
เมืองกื้ด-เมืองคอง


ห้วยแม่เมินสาขาน้ำแม่แตงไหลมาจากดอยเชียงดาว

ดอยเชียงดาว มุมมองจาก ต.เมืองคอง


พระธาตุแสนไห


เสาพระวิหารทรงกลม ในวัดพระธาตุแสนไห อ.เวียงแหง
ปริศนาสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในดินแดนล้านนา
 

"ทุ่งดอนแก้ว"? ท้องทุ่งนาด้านหน้าพระธาตุแสนไห


เครื่องมือหินกระเทาะพบที่ถ้ำก่อนประวัติศาสตร์

ถ้ำมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อ.เวียงแหง


บริเวณคุ้มเจ้าเมืองแหง

 

มายเหตุจากเวียงแหง
งานวิจัยเส้นทางเดินทัพ

คลิปวิดีโอ
ประมวลภาพ
Google Earth
การสัมมนาพระนเรศวร

แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม

กระดานสนทนา
แนะนำผู้วิเคราะห์