การคำนวณวันเถลิงศกของปี พ.ศ.2148
เนื่องจากเมื่อ 400 ปีที่ผ่านมา วันเถลิงศกหรือวันขึ้นปีใหม่ ไม่ได้ตรงกับวันที่ 1 มกราคม เหมือนเช่นในปัจจุปัน ดังนั้นในชั้นแรกนี้ เราจะคำนวณหาวันขึ้นปีใหม่ ของปี พ.ศ. 2148 ซึ่งเป็นปีที่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นเราจะคำนวณวันเดินทัพออกจากเชียงใหม่ และจุดประทับแรมในแต่ละวัน จนถึงวันเสด็จสวรรคต
สูตรคำนวณวันเถลิงศกตามปฏิทินเกรกอเรียน
ชัยยง ไชยศรี 04/46
ปฏิทินเกรกอเรียน คิดค้นขึ้นในปี
ค.ศ.1582 (พ.ศ.2125) โดยพระสันตปาปา เกรกอรี่ ที่ 13 นับได้ว่าเป็นปฏิทินที่สมบูรณ์ที่สุด
คือในรอบ 3,323 ปีจะเกิดความคลาดเคลื่อนเพียง 1 วัน (ปฏิทิน 100 ปี โรงพิมพ์ โอ เอส พริ้นติ้งเฮ้าส์ มปป.)
สูตร คำนวณหาวันเถลิงศกตามปี เกรกอเรียน ที่ใช้เป็นสากลมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1582 (พ.ศ.2125) ถึงปีปัจจุบัน
A = ( 2.07 Y + 587.07 ) หารด้วย 8 ( เศษปัดทิ้ง)
B = ( Y - 1 ) - ( Y - 1 ) + ( Y - 1 ) ( เศษแต่ละจำนวนตัดทิ้ง )
4 100 400
A - B = ลำดับวันในปีนั้น
แทนค่า Y = ค.ศ. 1605 ( พ.ศ. 2148 ) ในสูตร
A = ( 2.07 * 1605 + 587.07 ) = 3909.42 = 488
8 8
B = ( 1605-1 ) - ( 1605-1 ) + (1605 1 ) = 401 16 + 4 = 389
4 100 400
A - B = 488 - 389 = ลำดับวันที่ 99 ของปี พ.ศ. 2148
วันที่ 1 มกราคม เป็นวันที่ 1 ของปี วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ 32 ของปี
วันที่ 99 ของปีตรงกับวันที่ 9 เมษายน
( เดือนกุมภาพันธ์ของปี มี 28 วัน) หรือ ม.ค.
31 + ก.พ. 28 + มี.ค. 31 + 9 เม.ย. = 99 วัน
ดังนั้น วันเถลิงศกของปี พ.ศ. 2148 ตรงกับวันที่ 9 เมษายน
แหล่งอ้างอิง : บทความของ ประเสริฐ ณ นคร การคำนวณวันสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จขึ้นเสวยราชย์ ในหนังสือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 400 ปีของการครองราชย์ รุ่งแสงการพิมพ์ 2540
เมื่อได้วันเถลิงศกแล้ว ตามพงศาวดารบันทึกว่า ทัพหลวงหยุดพักแรมทัพที่เมืองเชียงใหม่เป็นเวลา
๑ เดือน และบันทึกว่าเสด็จสวรรคตในวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งนับปีตามจันทรคติ(ดวงจันทร์โคจรหมุนรอบโลกครบ ๑ รอบใช้เวลาประมาณ ๓๐ วันหรือ ๑ ปีตามจันทรคติจะมีประมาณ ๓๖๐ วัน) เมื่อปรับเปลี่ยนจากจันทรคติมาเป็นสุริยคติ(โลกโคจรหมุนรอบดวงอาทิตย์ครบ ๑ รอบ ใช้เวลา ๓๖๕ วัน ๖ชั่วโมงหรือ
๑ ปีตามสุริยคติจะมี ๓๖๕-๓๖๖ วัน ดังนั้น ๑ปีจันทรคติ จะมีจำนวนวันน้อยกว่า ๑ ปีสุริยคติ ๕-๖ วัน) ซึ่งจากการคำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญ ปรากฎว่าวันเสด็จสวรรคตคือ วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๑๔๘ ดังนั้นกรอบเวลาในการเดินทัพช่วงสุดท้ายจากเมืองเชียงใหม่ถึงเมืองที่สวรรคต จึงเหลือเพียง ๑๗ วัน นับตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่หรือเทศกาลสงกรานต์ซึ่งในปีนั้นตรงกับวันที่ ๙ เมษายน ถึงวันสวรรคต ซึ่งตรงกับวันที่
๒๕ เมษายน
ขั้นตอนต่อไปคำนวณหาว่าในเวลา ๑ วันกองทัพสมัยสมเด็จพระนเรศวรฯเดินทางได้ระยะทางกี่กิโลเมตร ในสภาพภูมิศาสตร์ทางภาคเหนือตอนบนซึ่งมีเทือกเขาสลับซับซ้อน
จากคัมภีร์ใบลานล้านนา"ตำนาน ๑๕ ราชวงศ์ โดยสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ๒๕๔๐" ได้บันทึกการยกกองทัพประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ในปี พ.ศ. ๒๑๐๒ (ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในยุคใกล้เคียงกับสมเด็จพระนเรศวรฯ คือเกิดก่อนประมาณ ๔๖ ปี เมื่อนับถึงปีที่สวรรคต)ของพระเจ้าเมกุฎิสุทธิิวงศ์ พระเจ้าเชียงใหม่องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มังราย ยกกองทัพไปปราบล้านช้าง พระองค์ มีรับสั่งให้บันทึกระยะทางที่กองทัพเดินได้ในแต่ละวันอย่างละเอียด โดยให้มีหน่วยนับเป็นวา ( ๑ วาเท่ากับ ๒ เมตร) บางวันเดินทางได้ ๖,๐๐๐ วาหรือ ๑๒ กิโลเมตร บางวันเดินทางได้ ๘,๐๐๐ วา หรือ ๑๖ กิโลเมตร บางวันเดินทางได้ ๑๒,๐๐๐ วา หรือ ๒๔ กิโลเมตร เดินทางได้สูงสุด ๑๓,๕๐๐ วาหรือ ๒๗ กิโลเมตร เดินทางได้ต่ำสุด ๒,๐๐๐ วาหรือ ๔ กิโลเมตร
เมื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วเดินทางได้วันละ ๑๐,๐๐๐ วา หรือ ๒๐ กิโลเมตร
และเราจะใช้ค่าเฉลี่ยนี้เป็นบันทัดฐานในการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรฯในพื้นที่เชียงใหม่
ถึง อ.เวียงแหง
ขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งก็คือ การคำนวณหาวันที่กองทัพหลวงเคลื่อนทัพออกจากเมืองเชียงใหม่ ซึ่งต้องใช้ทั้งหลักโหราศาสตร์์และหลักจิตวิทยาประกอบกัน ทั้งนี้เนื่องจากช่วงเวลาที่ทัพหลวงแรมทัพอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหมในสมัยนั้น่เพื่อเป็นการบำรุงขวัญไพร่พลในกองทัพจึงให้ทหารเล่นสงกรานต์สนุก สนาน รื่นเริง ตลอดจนขอพรพระ รดนำ้ดำหัวแม่ทัพนายกองตลอดจนญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองทำให้จิตใจฮึกเหิญหวังชัยชนะในสงครามที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เมื่อเทศกาลวันสำคัญได้ดำเนินไปพอสมควร จึงเคลื่อนทัพออกจากเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่เมืองนาย และกรุงอังวะ เพื่อเผด็จศึก ซึ่งเมื่อให้ผู้เชี่ยญชาวด้านโหราศาสตร์คำนวณวันแล้ว ตรงกับวันอังคาร แรม ๙ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งวันอังคารนั้นเป็นวันแห่งการสงคราม หรือเป็นวันแรง และเมื่อตรงกับ ๙ ค่ำ ยิ่งเพิ่มทวีพลานุภาพแข็งแกร่งหนักหน่วงและรุนแรงที่จะสยบอริราชศัตรูให้พินาศย่อยยับ ดังนั้นจึงเคลื่อนทัพหลวงออกจากเมืองเชียงใหม่ในวันอังคารที่ ๑๒ เมษายน
หลังจากนั้นนำแผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม ตลอดจนเดินสำรวจสภาพภูมิศาสตร์จริง พร้อมสอบถามผู้รู้เช่นพ่อเฒ่าเผ่าปากะยอ(กะเหรี่ยง)ซึ่งมีช้างและเคยเดินช้างตามเส้นทางสายนี้ให้ลองคำนวณระยะพักช้างในแต่วัน ประกอบกับสอบถามผู้สูงอายุที่เคยเดินเท้าในสมัยก่อน หรือเคยเดินเท้าค้าวัวต่างตามเส้นทางสายนี้ ในที่สุดจึงได้ขอสันนิษฐานเบื้องต้น ดังนี้
วันสังขารล่อง 7 พฤหัสบดี แรม 4 ค่ำ 5 / 7 มะเส็ง
วันเนาว์ 8 ศุกร์ แรม 5 ค่ำ 5 / 7 "
วันเถลิงศกหรือวันขึ้นปีใหม่หรือวันพญาวัน 9 เสาร์ แรม 6 ค่ำ 5/7
วันปากปี 10 อาทิตย์ แรม 7 ค่ำ 5/7
วันปากเดือน 11 จันทร์ แรม 8 ค่ำ 5/7
แรมทัพคืนที่ 2 พระธาตุดอยจอมแจ้ง,ห้วยแม่ขะจาน 13 พุธ แรม 10 ค่ำ 5/7 บ้านร่ำเปิง บ้านแม่ขะจาน ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง
แรมทัพคืนที่ 4 ห้วยทุ่งยั๊วะ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง 15 ศุกร์ แรม 12 ค่ำ 5/7
แรมทัพคืนที่ 6 ห้วยบ้านช้าง, ต.เมืองแหง 17 อาทิตย์ แรม 14 ค่ำ 5/7 อ.เวียงแหง
แรมทัพคืนที่ 7 เมืองแหง อ.เวียงแหง 18 จันทร์ ขึ้น 1 ค่ำ 6/8
ม้าเร็วออกเดินทางจากเมืองแหงไปเมืองฝาง 19 อังคาร ขึ้น 2 ค่ำ 6/8
พระเอกาทศรถเสด็จออกจากเมืองฝางมาเมืองแหง 21 พฤหัสบดี ขึ้น 4 ค่ำ 6/8
พระเอกาทศรถเสด็จถึงเมืองแหง 22 ศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ 6/8
และเข้าเฝ้าพระอาการประชวร 23 เสาร์ ขึ้น 6 ค่ำ 6/8
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคต 25 จันทร์ ขึ้น
8 ค่ำ 6 / 8
มหาราชวงษ์พงศาวดารพม่า ระบุว่า สมเด็จพระนเรศวรฯ สวรรคต ณ เมืองแหน แขวงเมืองเชียงใหม่
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เล่ม 2 ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์(จาด) ระบุว่า พระเอกาทศรถเดินทัพถึงเมืองฝางในวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2148 และเดินทางมาเข้าเฝ้าพระอาการประชวร ได้ 3 วัน และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสวรรคตในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2148
วันอังคาร เป็นวันแรง เป็นวันกระทำพิธีขึ้นครูทางโหราศาสตร์ ประกอบกับตรงวัน 9 ค่ำ ทำให้เสริมความแรงเป็นทวีคูณ ผู้รู้ทางโหราศาสตร์ ระบุว่า การเคลื่อนทัพหลวงต้องเป็นวันอังคาร(ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าแห่งการสงคราม)