
แผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม

"เมืองกื้ด"เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ตอนปลายของแม่น้ำ้แตง
เดิมเป็นที่ตั้งแขวง(อำเภอแม่แตง)ปัจจุบันคือ ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง และมีประชากรประมาณ ๔,๐๐๐ คน
ที่วัดเมืองกื้ดปรากฎเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันมา... "ต้นโพธิ์สมเด็จพระนเรศวรฯ".....

วัดเมืองกื้ด ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง เชียงใหม่ กับเรื่องราว"ต้นโพธิ์พระนเรศวรฯ"


"เมืองคอง"เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ตอนกลางของแม่น้ำแตง กาลครั้งหนึ่งในสมัยราชวงศ์มังราย มีเจ้าฟ้าไทใหญ่(ฝั่งตะวันตกแม่น้ำสาละวิน)พร้อมข้าบริวารอพยพมาพึ่งบารมีพระเจ้าเชียงใหม่ จึงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองคอง ปัจจุบันคือ ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว
และมีประชากรประมาณ ๔,๐๐๐ คน
(ด้านบนของภาพถ่ายดาวเทียมที่เห็นระยะไกล คือแอ่งพื้นที่ "เมืองแหง" หรือ อ.เวียงแหง เชียงใหม่และที่เห็นไกลลิบ
คือช่องทาง"หลักแต่ง"สู่พม่าส่วนภาพล่างคือพื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบัน)

"เมืองแหง "เป็นเมืองโบราณตั้งอยู่ตอนต้นของแม่น้ำแตง ติดชายแดนไทย-พม่า มีพื้นที่มากกว่าเมืองคอง
(ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว)ประมาณ ๔ เท่าปัจจุบันเป็นอำเภอชายแดน เชียงใหม่ ประกอบด้วย ๙ ชาติพันธุ์
ประชากรประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน.ในภาพนี้คืออำเภอเวียงแหง โดยมองจากเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือจะเห็นพื้นที่ทำนากระจายตัวตามสองฟากฝั่งแม่น้ำแตงตลอดจนสายน้ำสาขาเช่นสายน้ำห้วยฮ่องจุ๊(ร่องใกล้ทางขวามือ)และสายน้ำแม่หาด(ร่องไกลทางซ้ายมือ) "เมืองแหง"มีพื้นที่ทำนากว้างใหญ่จึงเหมาะสมในการปลูกข้าวเพื่อสะสมเสบียงไว้ทำการสงครามและพงศาวดารพม่าบันทึกว่า..พระเจ้าบุเรงนอง.ส่งกองทัพเจ้าประเทศราชไทใหญ่ จำนวน ๖๐,๐๐๐ คน รับสั่งให้ยกทัพมาทาง"เมืองนาย"เพื่อจะมาช่วยเหลือ"เมืองพิษณุโลก"ที่ถูกกองทัพพระเจ้าล้านช้างเข้ารุกราน ครั้นกองทัพเจ้าประเทศราชไทใหญ่ ๖๐,๐๐๐ คนเดินทางมาถึงเมืองแหง.....จากการบันทึกทำให้เราทราบว่า เมืองแหงได้ใช้้เป็นที่รองรับทหารถึง ๖๐,๐๐๐ คนมาแล้วในอดีต ...(ส่วนบนสุดของภาพคือข่องทางหลักแต่งที่ใช้สัญจรสู่พม่า)

ทิวทัศน์ อ.เวียงแหง(อนุเคราะห์ภาพจาก"น้อยกานต์")
"เมืองแหง"ถูกโอบกอดด้วยขุนเขาและสายหมอก

ทุ่งนาใต้เมืองแหง(ภาพถ่ายทางอากาศ)

เมืองแหง แหล่งสะสมเสบียงอาหารเพื่อการสงคราม

สุดชายแดนไทยที่"ช่องทางหลักแต่ง" อ.เวียงแหง

ช่องทางหลักแต่ง สู่พม่าจะเดินตามสายน้ำทา และสายน้ำจ้อดจนถึงแม่น้ำสาละวินและข้ามแม่น้ำนี้ที่"ท่าผาแดง"(Ta Pha Leng)จากภาพถ่ายดาวเทียม ด้านใต้คือ"ช่องทางหลักแต่ง" เดินตามสายน้ำจะพบ"เมืิองเต๊าะ" ต่อด้วย"เมืองทา"และถึงแม่น้าสาละวิน ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร (เส้นทางสายนี้ใช้ลำเีลียงไม้ซุงเข้าไทยโดยรถยนต์บรรทุกไม้ซุงจากแม่น้ำสาละวินมายังช่องหลักแต่ง อ.เวียงแหง เมื่อ ๑๐ ปีก่อน) แล้วจึงข้ามฟากที่ "ท่าผาแดง"เพื่อไปยัง"เมืองปั่น"และ"เมืองนาย"(ไทยเราสูญเสียหัวเมืองไทใหญ่ทั้ง ๕ คือเมืองทา เมืองจ้อด เมืองหาง เมืองต่วน และเมืองสาดให้แก่อังกฤษในสมัยรัชกาลที่ ๕และก่อนหน้านี้อาณาเขตประเทศไทยจรดแม่น้ำสาละวิน)

"ท่าผาแดง" เป็นท่าข้ามแม่น้ำสาละวินที่ใช้กันในสมัยพระเจ้าบุเรงนองยึดครอง"นครเชียงใหม่"ใน พ.ศ.๒๑๐๑
และใช้ตลอดมากว่า ๒๐๐ ปี ในสมัยพม่าปกครองเชียงใหม่(พ.ศ.๒๑๐๑-๒๓๑๗)ในภาพนี้เราอยู่ในประเทศไทยมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือผ่านช่องหลักแต่ง อ.เวียงแหงตรงไปตามสายน้ำ้ทาและสายน้ำจ้อดเป็นระยะทางประมาณ ๖๐ กม.จะถึงแม่น้ำ้สาละวินและเราจะข้ามแม่น้ำนี้ที่"ท่าผาแดง"(Ta-Pha-Leng)จากนั้นบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
มุ่งไปยัง"เมืองปั่น"ที่มองเห็นเป็นที่ราบอยู่ด้านบนสุดของภาพจากนั้นบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ก็จะถึง"เมืองนาย"

"ท่าผาแดง" จะอยู่ตรงข้ามห้วยสมานและอยู่เยื้องจาก"สบแม่น้ำจ้อด" ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ท่านจะสังเกตเห็น Delta ปากห้วยสมานพอกพูนออกไปถึงกึ่งกลางแม่นำ้สาละวินทำให้ระยะทางการข้ามแม่น้ำสาละวินแคบลง สายน้ำบริเวณนี้ไหลไม่เชี่ยว จึงเหมาะสมสำหรับการข้ามแม่น้ำและใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
(ผั่งขวาของแม่น้ำสาละวินคือผืนแผ่นดินที่ติดต่อชายแดนช่องหลักแต่ง อ.เวียงแหง ฝั่งซ้ายของแม่น้ำสาละวินคือผืนดินที่ติดต่อ เมืองปั่น เมืองนาย(พม่า)

"เมืองปั่น"เป็นเมืองโบราณ จากหลักฐานในสมัยรัชกาลที่ ๓ พม่ากลัวกองทัพเชียงใหม่จะเข้าตีพม่าตามเส้นทางสายเชียงใหม่ เมืองกื้ด เมืองคอง เมืองแหง เมืองทา ท่าผาแดง เมืองปั่น พม่าจึงจัดตั้งกองทหารที่ "เมืองปั่น"และ"ท่าผาแดง"โดยให้ทหารลาดตระเวณตลอดเวลา...

"เมืองนาย"ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ"เมืองปั่น"ประกอบกับเป็นเมืองสำัคัญของอาณาจักรไทใหญ่ บางสมัยเป็นราชธานี ในสมัยราชวงศ์มังราย"เมืองนาย"เปรียบเสมือนเป็นเมืองลูกของเชียงใหม่ เนื่องจากพญามัังรายได้ส่งราชโอรสพระนาม"ขุนเครือ"มาปกครอง"เมืองนาย"และกษัตริย์เชียงใหม่องค์สุดท้ายของราชวงศ์มังรายคือพระแม่เจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์ ไพร่ฟ้าเมืองเชียงใหม่ก็กราบทูลเชิญมาจาก"เมืองนาย" และเมืองนี้้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเชียงใหม่เป็นระยะทางตามสายน้ำแตง สายน้ำทา สายน้ำจ้อด "ท่าผาแดง"เมืองปั่น เมืองนาย ประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร และเมืองนี้ถูกพระเจ้ากรุงอังวะยกกองทัพเข้ามายึดครอง สมเด็จพระนเรศวรฯจึงกรีธาทัพจากอยุธยามายังเมืองเชียงใหม่เพื่อจะยึดเอาเมืองนายกลับคืนและเป้าหมายสุดท้ายคือบดขยี้พระเจ้าอังวะ แต่ทว่าพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อนขณะอยู่ในระหว่างการเดินทัพออกจากเชียงใหม่มุ่งหน้าไปยัง"เมืองนาย" ช่วงระหว่างเมืองเชียงใหม่กับแม่น้ำสาละวิน

"เมืองอังวะ"ตั้งอยู่ติดแม่น้ำอิระวดี ในสมัยสมเด็จพระนเรศวร พระเจ้าอังวะ ซึ่งเป็นราชบุตรพระเจ้าบุเรงนองอันประสูติแต่พระสนม ได้ขยายอำนาจเข้ารุกราน"เมืองนาย"ซึ่งขึ้นกับไทย ดังนั้นสมเด็จพระนเรศวรจึงกรีฑาทัพจากอยุธยามาเชียงใหม่ เพื่อยึด"เมืองนาย"คืน และจะโจมตี "เมืองอังวะ" แต่ทว่าพระองค์สวรรคต เสียก่อน ขณะเดินทัพออกจากเชียงใหม่ไปยัง"เมืองนาย"(ช่วงระยะทางระหว่างเชียงใหม่กับแม่น้ำสาละวิน)

