หน้าแรก
วัตถุประสงค์
พระราชประวัติ
การสงคราม
มุมมองชาวต่างชาต
ประเด็นพื้นที่สวรรคต
เมืองไทยหรือพม่า
หลักฐานเมืองแหง
หลักฐานเมืองหาง
นานาทัศนะ

    1.คำบอกเล่าของ"หนุ่มศึกหาญ"ในขบวนการกู้ชาติ
     ไทใหญ่ในยุค พ.ศ. 2500

    2.ข้อสันนิษฐานของกองอาสารักษาดินแดน
       พ.ศ.2498

    3.ข้อสันนิษฐานประมาณ พ.ศ..2460

     คำบอกเล่าของ"หนุ่มศึกหาญ"ในขบวนการกู้ชาติ
    ไทใหญ่ในยุค พ.ศ. 2500

     
อาณาจักรไทใหญ่ กับอาณาจักรล้านนา มีความสัมพันธ์ กันมาแต่ช้านานเนื่องจากมีดินแดนติดต่อกัน อีกทั้งภาษาพูดก็ใกล้เคียงกัน มีการแลกเปลี่ยนผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างไม่ขาดสายและเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้นในสมัยราชวงศ์มังราย โดยพญามังรายมหาราชแห่งอาณาจักรล้านนา ทรงส่งราชโอรส พระนาม 
"ขุนเครือ"ไปปกครอง"เมืองนาย"ซึ่งเป็นเมืองสำคัญบางสมัยเป็นราชธานีของอาณาจักรไทใหญ่ บางยุคสมัยอาณาจักรไทใหญ่โดดเด่นสามารถต้านทานมหาอำนาจจักรพรรดิ์จีน พม่า ล้านนา คงความอิสระท่ามกลางมหาอำนาจที่รายล้อม
    กาลต่อมาต้องตกอยู่ภายใต้มหาอำนาจล่าอาณานิคม เช่น อังกฤษ ขบวนการกอบกู้เอกราชปลดแอกจากชาติตะวันตกจึงเกิดขึ้น และได้รับเอกราชในที่สุด
     ...หนุ่มศึกหาญ.ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2501 โดยได้นำเอาวีรกรรมของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปเป็นเยี่ยงอย่างในการทำงาน มีการสร้างเหรียญบูชาสมเด็จพระนเรศวรฯ มีการตามหาพระธาตุเจดีย์ฯ.มีการสันนิษฐานระบุสถานที่ตั้งพระธาตุเจดีย์ฯ ..จากงานวิจัยของวันดี  สันติวุฒิเมธีในวิทยานิพนธ์ของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2545 เรื่อง "กระบวนการสร้างอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของชาวไทใหญ่ชายแดนไทยพม่า กรณีศึกษา : หมู่บ้านเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่"เกี่ยวกับกระบวนการสร้างความเป็นปึกแผ่นของ"หนุ่มศึกหาญ"มีด้วยกันหลายประการ และหลักเอกในนั้นก็คือยึดเอาองค์"สมเด็จพระนเรศวรมหาราช"เป็นองค์สำคัญโดยครั้งนั้น "ผู้นำหนุ่มศึกหาญ"กับจอมพลสฤษดิ์  ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีของไทยและผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมกันสร้างเหรียญบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จำนวน 1,000 เหรียญและมอบให้กับสมาชิกกลุ่ม ทั้งนี้เพื่อซึมซับน้อมนำใจศรัทธาในพระบารมี และพระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ช่วยรักษา ปกป้อง คุ้มครองภัยในการปฏิบัติภารกิจใหญ่ ที่เป็นอันตรายและมากด้วยศาสตราวุธนานาชนิด กล่าวกันว่าพระบารมี ของพระองค์ปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากคมกระสุนของผ่ายตรงข้ามได้อย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์นี้บังเกิดความอัศจรรย์ใจ และเพิ่มพลังศรัทธา พลังใจแก่กลุ่มสมาชิกยิ่งนัก

    ข้อสันนิษฐานของกองอาสารักษาดินแดนพ.ศ.2498

     ....เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2498 มีหนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่ง ลงข่าวว่า ..
       "...ในการ ตระเวณชายแดน ฤดูแล้งนี้ กองอาสารักษาดินแดน ร่วมกับกองทหารพม่า พบเจดีย์ีร้างอยู่ในป่า โดยไม่มีวัด ใต้เมืองหาง 8 กม. ห่างแม่น้ำหางไม่ถึง 1 กม. ไกลจากแม่น้ำยูน 20 กม.
เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนไทยสันนิษฐานว่า เป็นเจดีย์บรรจุอัฐิสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
 และกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้กรมศิลปากรไปตรวจสอบ แต่ปีนั้นกรมศิลปากรไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เนื่องจากในขณะนั้นอยู่ในช่วงฤดูฝน และฝนตกชุก.. (ที่มา: บทความของนายตรี  อมาตยกุล)
    ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ กรมศิลปากรยังไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
    ปี พ.ศ.๒๕๐๐ กรมศิลปากรยังไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ
    ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ พม่าไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาปางหลวง ที่ครบกำหนด ๑๐ ปี จะให้อธิปไตยแก่ชนกลุ่มน้อย(ครบกำหนด ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐)

   ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๐๑ สถาปนากองกำลังกู้ชาติไทใหญ่"หนุ่มศึกหาญ"ซึ่งมีเจ้าน้อยซอหยั่นต๊ะเป็นผู้นำกลุ่ม ได้มาตั้งกองกำลังตามแนวชายแดนไทย ตั้งแต่ อ.แม่สาย อ.แม่ฟ้าหลวงจ.เชียงรายอ.แม่อาย อ.ฝาง อ.ไชยปราการอ.เชียงดาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ อ.ปาย อ.ปางมะผ้า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอนโดยมีเขตอิทธิพลครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่นำ้สาละวิน และมี"หมู่บ้านปางใหม่สูง"ฝั่งตรงกันข้ามหมู่บ้านเปียงหลวง ชายแดน อ.เวียงแหง เชียงใหม่ เป็นศูนย์บัญชาการกองกำลังกู้ชาติไทยใหญ่ รวมทั้งเริ่มมีการปะทะกองทหารพม่าทั่วทั้งรัฐฉาน

  พ.ศ.2501 จอมพลสฤษดิ์  ธนรัชต เดินทางมาตรวจราชการชายแดนพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ได้แนะนำวีรกรรมที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นำกลุ่มกู้ชาติไทยใหญ่ เทิดเกล้าฯไว้เป็นเยี่ยงอย่างในการกอบกู้แผ่นดิน ต่อมาเจ้าน้อยซอ หยั่นต๊ะ และจอมพลสฤษดิ์ ได้ร่วมกันสร้างเหรียญบูชาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ด้านหน้าเป็นพระรูปสมเด็จพระนเรศวร ฯด้านหลังเป็นตัวอักษรไทใหญ่ (รุ่นแรก พ.ศ.2501)

  พ..2501 กรมศิลปากรยังไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเจดีย์ (ที่มา: บทความของนายตรี  อมาตยกุล)

  ประมาณ พ..2501 เจดีย์ได้ถูกระเบิดทำลายไป อิฐหัก กากปูนถูกเก็บกวาดลงไปทิ้ง ในแม่น้ำหางไปหมดสิ้น  ไม่มีทรากเหลืออยู่บนพื้นดินเลย (ที่มา: บทความของนายตรี  อมาตยกุล)

  พ.ศ.2515นายตรี อมาตยกุล เขียนบทความว่า ..ก่อนปี2515 มีป้ายภาษาพม่าติดไว้ ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างเจดีย์เมืองหาง(ในพม่า) ว่า “ เชโยเดียตั้ดมุโอ้กกุ พระนาเร
ศวร
” ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานฑูตพม่าแปลให้ฟังว่า “สถานที่ก่ออิฐบรรจุอัฐิแม่ทัพไทยสมัยโบราณ พระนเรศวร"

          ประเด็นการวิเคราะห์เจดีย์ที่เมืองหาง

๑.เกิดจากการสันนิษฐาน ของกองอาสารักษาดินแดนไทย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ ซึ่งยังไม่ได้มีการตรวจสอบ และยังไม่มีการรับรอง จากกรมศิลปากรจากปีนั้นถึงปีปัจจุบัน

๒.ย้อนลึกเข้าไปในอดีต คือ พ.ศ.๒๔๘๕ ตามรายงานของกองพันทหารราบที่ ๑๓ กรมทหารราบที่ ๕ ซึ่งไปตั้งค่าย ณ เมืองหาง   ไม่พบเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรฯและไม่มีป้ายภาษาพม่าติดต้นไม้ใหญ่ข้างเจดีย์

๓.ย้อนลึกเข้าไปในอดีตครั้งสมัยรัชกาลที่ ๕ คือ
พ.ศ.๒๔๓๒  ก็ไม่พบเจดีย์สมเด็จพระนเรศวร
ฯตามรายงานการสำรวจพระราชอาณาเขตหัวเมืองเงี้ยวทั้ง ๕ (คือเมืองหาง เมืองทา เมืองจ้อด เมืองต่วนและเมืองสาด)ของพระยาประชากิจกรจักร (แช่ม  บุนนาค) โดยได้บันทึกว่า ...บรรดาสิ่งสำคัญแต่โบราณทั้งหลายนี้กับนามผู้สร้าง ที่มีปรากฎ ก็เป็นอย่างและฝีมือ ไทยลาว(ไทยล้านนา)ทั้งสิ้น ....(ไม่มีศิลปแบบสมัยอยุธยาแม้แต่ชิ้นเดียว)

                      *** ดูรายละเอียด***

๔.เจดีย์ที่เมืองหาง ถูกสืบสานต่อ และลงรากลึก เพื่อเป็นกุศโลบายในการระดมสรรพกำลังกู้ชาติไทใหญ่ของกองกำลัง"หนุ่มศึกหาญ"ในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุด กับเจ้าน้อยซอหยั่นต๊ะ หัวหน้ากองกำลังหนุมศึกหาญ โดยในยุคนั้นไทยดำเนินยุทธศาสตร์การทหาร  :  Buffer state.

1

 

                                         

    หมายเหตุจากเวียงแหง
งานวิจัยเส้นทางเดินทัพ
คลิปวิดีโอ
ประมวลภาพ
Google Earth
การสัมมนาพระนเรศวร
แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม
กระดานสนทนา
แนะนำผู้วิเคราะห์