พระบรมราชานุสรณ์ืสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

                                                                                 ที่จัดสร้างขึ้นในจังหวัดต่างๆ

๑.พิษณุโลก
 อ.เมือง  พระราชวังจันทน์
    ๑.๑ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
     ความสำคัญ เป็นสถานที่ประสูติ และเป็นที่ประทับขณะดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช สำเร็จราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ
     พ.ศ.๒๕๐๒ จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ดำริให้จัดสร้างศาลสมเด็จพระนเรศวรฯขึ้นแทนศาลเดิม ภายในศาลประดิษฐานพระ บรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯประทับนั่งบนพระแท่น พระหัตถ์ขวาทรงพระสุวรรณพิงคารหลั่งนำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ
     พ.ศ.๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๕
   ๑.๒ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    ที่ตั้ง  ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
     ความสำคัญ  กองทัพภาคที่ ๓ ได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯประทับยืนพระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ขวาทรงพระสุวรรณภิงคาร
   ๑.๓ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    ที่ตั้ง ในมหาวิทยาลัยนเรศวร
     ความสำคัญ สร้างขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นศูนย์รวมน้ำใจของนักศึกษา อาจารย์และประชาชนในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ (หลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศชื่อ มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้น เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

๒. พระนครศรีอยุธยา
  อ.พระนครศรีอยุธยา   ทุ่งภูเขาทอง ต.ลุมพลี
   ๒.๑ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    ความสำคัญ เป็นบริเวณที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ขับไล่ข้าศึกศัตรู พระบมรูปเป็นรูปหล่อสัมฤทธิ์ สูง ๙ เมตร กว้าง ๘.๕๐ เมตร ขณะทรงม้าศึก พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงทวน มีพระแงดาบคาดเยื้องพระปฤษฎางค์ แสดงวีรกรรมเมื่อครั้งรบกับลักไวทำมูทหารเอกของพระจ้านันทบุเรง ณ ทุ่งลุมพลี ประดิษฐานบนแท่น รอบฐานประดับด้วยภาพจำหลักนูนต่ำ  แสดงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ จำนวน ๑๑ ภาพ
  ๒.๒ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่ตั้ง  พระราชวังจันทรเกษม ต.หัวรอ
ความสำคัญ สมเด็จพระมหาธรรมราชา โปรดให้สร้างพระราชวังจันทรเกษม สำหรับเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรฯ เมื่อเสด็จลงมากรุงศรีอยุธยา ภายในพระราชวังจันทรเกษม มีพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯประทับยืน พระหัตถ์ซ้ายทรงพระสุวรรณภิงคาร พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ
  ๒.๓พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่ตั้ง วัดใหญ่ชัยมงคล
ความสำคัญ   -

๓.สุพรรณบุรี
  อ.ดอนเจดีย์ ต.ดอนเจดีย์
  ๓.๑ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์
   ความสำคัญ  องค์เจดีย์สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา เมื่อ พ.ศ.๒๑๓๕
      ๓.๑.๑พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯขณะทรงพระคชาธารศึก เป็นพระบรมรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิื กว้าง ๒.๙ เมตร ยาว ๕.๔๕ เมตร สูง ๗ เมตร ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าองค์เจดีย์ยุทธหัตถี
       ๓.๑.๒ เจดีย์ยุทธหัตถี  โดยกองทัพบกได้บูรณะขึ้นพร้อมกับสร้างเจดีย์องค์ใหม่ครอบองค์เดิมไว้ เป็นเจดีย์ทรงลังกา ฐานกว้าง ๓๖ เมตร สูง ๖๖ เมตร ครั้นบูรณะเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสร์ืฯแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๒
 

๔.กาญจนบุรี
    อ.พนมทวน ต.ดอนเจดีย์
    ๔.๑พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
    ความสำคัญ  พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัดกาญจนบุรีได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ืสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับบนคชาธาร เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน เนื่องในวาระครบรอบ ๔๐๐ ปีที่เสด็จนำทัพผ่านเมืองกาญจนบุรีและยึดเมืองหงสาวดีได้สำเร็จ
    ๔.๒ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี ด้วยปรากฏพระเจดีย์โบราณและหลักฐานทางโบราณคดีเช่น กระดููกสัตว์พวกช้าง ม้า อาวุธ เครื่องประดับช้างม้าเป็นจำนวนมาก

๕. กรุงเทพมหานคร
  กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่
  พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประทับบนคชาธาร ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งขององค์จริง สร้างด้วยโลหะผสมที่มีความทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศสูง ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๒ ปี งบประมาณค่าก่อสร้างประมาณ ๒๕ ล้านบาท
ความเป็นมา เนื่องจากย้ายที่ตั้งหน่วยจากกระทวงกลาโหมและสนามเสือป่ามายังที่ตั้งแห่งใหม่ ณ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๓ รวมทั้งยังไม่มีศูนย์รวมจิตใจและที่สักการะของข้าราชการกองบัญชาการทหารสูงสุด จึงก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้น  

๖.ประจวบคีรีขันธ์
    อ.หัวหิน ค่ายนเรศวร
   ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ เป็นบริเวณส่วนหนึ่งของชายฝั่งทะเลที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จไปประทับเพื่อซ้อมรบทางทะเล

๗.เพชรบุรี
   อ.ชะอำ ต.ชะอำ หน้าวัดเนรัญชลา
 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ เป็นบริเวณส่วนหนึ่งของชายฝั่งทะเลที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จไปประทับเพื่อซ้อมรบทางทะเล

๘.ปราจีนบุรี
อ.เมือง ต.เนินหอม
 ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ  พ.ศ.๒๑๓๖ สมเด็จพระนเรศวรฯยกทัพไปตีเมืองละแวก ทรงตั้งค่ายพักแรมที่บริเวณค่ายพระทำนบ(บริเวณ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้วในปัจจุบัน) ภายในศาลทรงไทย ประดิษฐานพระรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรฯขนาดเท่าพระองค์จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิดศาลดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๔

๙.สระแก้ว
 อ.วัฒนานคร ต.วัฒนานคร
 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ พ.ศ.๒๑๓๖ สมเด็จพระนเรศวรฯยกทัพไปตีเมืองละแวก ทรงตั้งค่ายพักแรมที่บริเวณค่ายพระทำนบ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ ชาวจังหวัดสระแก้วจึงจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯลักษณะทรงยืน พระหัตถ์ขวาชูพระแสงดาบ

๑๐.เพชรบูรณ์
อ.วิเชียรบุรี ต.ท่าสำโรง
 ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ พ.ศ.๒๑๒๕ เป็นที่ตั้งทัพหลวงเมื่อคราวนำทัพขับไล่พระยาละแวกที่เมืองโคราช

๑๑.หนองบัวลำภู
อ.เมือง ต.ลำภู
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ พ.ศ.๒๑๑๗ ครั้งสมเด็จพระนเรศวรได้โดยเสด็จพระมหาธรรมราชา ยกทัพไปช่วยพระเจ้าบุเรงนองตีเมืองเวียงจันทร์ระหว่างทางสมเด็จพระนเรศวรทรงประชวรไข้ทรพิษ กองทัพตั้งค่ายริมหนองบัว ศาลนี้ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริง ทรงประทับยืน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดศาลเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๑๑

๑๒.อ่างทอง
  อ.ป่าโมก
  ๑๒.๑วัดป่าโมกวรวิหาร
  พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ เป็นสถานที่ประชุมพล
  ๑๒.๒วัดท่าสุทธาวาส ต.บางเสด็จ
  พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญ เป็นสถานที่ประชุมพล

๑๓.ตาก
อ.เมือง ต.แม่ท้อ
ศาลหลักเมืองสี่มหาราช
ความสำคัญ เส้นทางเดินทัพหลังประกาศอิสรภาพ

๑๔.เชียงราย
   ๑๔.๑ อ.แม่สรวย  ต.แม่พริก
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
   ๑๔.๒ อ.แม่สาย วัดพระธาตุดอยเวา
  ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

๑๕.เชียงใหม่
    ๑๕.๑ อ.เชียงดาว ต.เมืองงาย
   พระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ความสำคัญเป็นเส้นทางเดินทัพ พระเจดีย์ทั้งฐานและองค์ระฆังเป็นรูปแปดเหลี่ยม หน้าองค์พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯประทับยืน ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกจากพระสุวรรณภิงคารลงบนแผ่นดิน ประกาศอิสรภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสรณ์์ืฯแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๘
    ๑๕.๒ อ.เวียงแหง  ต.เมืองแหง
   ข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พ.ศ.๒๕๔๘ อำเภอเวียงแหงร่วมกับกองทัพภาคที่ ๓ จัดสร้างพลับพลา ๔๐๐ ปี ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรฯขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของพระองค์จริง ประทับนั่งพระหัตถ์ขวาทรงพระสุวรรณพิงคารหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ
ความสำคัญ จากข้อมูลใหม่ สันนิษฐานว่าเป็นเมืองที่เสด็จสวรรคต

๑๖. ลำปาง
   พศ.๒๕๓๕ พสกนิกรชาวจังหวัดลำปาง ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๓ ดำเนินการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงม้าศึก แวดล้อมด้วยเหล่าทวยหาญ ออกแบบโดยกรมศิลปากร จากเงินประเดิมเริ่มต้น ๕ ล้านบาท ต่อมามีู้ศรัทธาทุกสารทิศร่วมสมทบอีก ๗ ล้านบาท รวม ๑๒ ล้านบาท จนปีนี้ (พ.ศ.๒๕๕๑) พระรูปหล่อได้จัดสร้างสำเร็จลงแแล้ว ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๑ จังหวัดลำปาง และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดเวทีประชาพิจารณ์ ณ โรงแรมลำปางเวียงทองเพื่อขอรับฉันทามติหาสถานที่ประดิษฐานเป็นการถาวร ซึ่งมีอยู่ ๓ แห่ง คือ ไร่รัศมีธรรม (ทางไป อำเภอเมืองปาน) สวนสาธารณะหนองกระทิง(บรเวณเกาะลอย) และสวนเฉลิมพระเกียรติ อ.เกาะคา ติดถนนสายเอเชีย ย่านที่ตั้ง อบจ.ลำปาง  เทศบาลตำบลเกาะคา อยู่ในพื้นที่ของกรมธนารักษ์ เนื่อที่เฉพาะที่ตั้งพระราชานุสาวรีประมาณกว่า ๖๐ ไร่ รายล้อมด้วยสวนเฉลิมพระเกียรติ  ซึ่งจะมีการสรุปผลเรื่องสถานที่ที่เหมาะสมในการประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในเร้วๆนี้